🧠 คำถาม-คำตอบ: เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา Cryptococcus (Cryptococcal Meningitis)
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา Cryptococcus ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อที่ระบบประสาทส่วนกลางที่สำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
โทรปรึกษา Consult Doctor 0833309366
english below Slide down
ปรึกษาหมอกัณฒิภัสส์
แผนที่ google map ครับ
เปิด GPS จีพีเอส คลิกเลย
1. Cryptococcal Meningitis คืออะไร?
คำตอบ: Cryptococcal Meningitis คือการติดเชื้อราในระบบประสาทส่วนกลาง (สมองและเยื่อหุ้มไขสันหลัง) ที่เกิดจากเชื้อราในสกุล Cryptococcus .
- เชื้อราที่เป็นสาเหตุหลัก: โดยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อรา Cryptococcus neoformans ซึ่งพบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม เช่น ในดิน มูลนกพิราบ และซากพืชที่เน่าเปื่อย
- เป็นโรคที่พบในประเทศไทย: เชื้อ C. neoformans พบได้ทั่วไปในประเทศไทย และการติดเชื้อนี้เป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
2. ใครคือกลุ่มเสี่ยงหลักของการติดเชื้อนี้?
คำตอบ: โรคนี้จัดเป็น การติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic Infection) กลุ่มเสี่ยงหลักคือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง เช่น:
- ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS: นี่คือกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีระดับเม็ดเลือดขาว CD4 ต่ำ
- ผู้ป่วยที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน: เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง
- ผู้ป่วยโรคเลือด/มะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด
- ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอื่น ๆ
3. เชื้อราเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร และก่อโรคได้อย่างไร?
คำตอบ:
- การติดเชื้อ: เชื้อรามักเข้าสู่ร่างกายผ่านการ หายใจเอาสปอร์ ที่มีขนาดเล็กมากเข้าไปในปอด (Inhalation)
- การกระจายเชื้อ: ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ เชื้อรามักจะถูกจำกัดอยู่ในปอดโดยไม่มีอาการ (หรือมีอาการเล็กน้อย) แต่ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้อราจะสามารถแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System: CNS) ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) หรือสมองอักเสบ (Meningoencephalitis)
4. อาการของการติดเชื้อ Cryptococcal Meningitis เป็นอย่างไร?
คำตอบ: อาการมักจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และไม่จำเพาะเจาะจงในช่วงแรก (เป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือน) ซึ่งแตกต่างจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรียที่อาการมักจะรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการที่พบบ่อยได้แก่:
- ปวดศีรษะ: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มักจะรุนแรงและไม่ทุเลา
- ไข้
- คอแข็ง: อาจจะไม่ชัดเจนเท่าเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย
- คลื่นไส้ อาเจียน
- อาการทางระบบประสาท: เช่น ซึมลง สับสน ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป การมองเห็นผิดปกติ หรืออาการชัก
5. วิธีการวินิจฉัยโรคทำได้อย่างไร?
คำตอบ: การวินิจฉัยยืนยันจำเป็นต้องมีการเก็บตัวอย่างน้ำไขสันหลัง (Cerebrospinal Fluid: CSF) โดยวิธีการเจาะหลัง (Lumbar Puncture) เพื่อนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ:
พัทยา2คลินิกเฉพาะทางอายุรกรรม Tel 083-3309-366 ปรึกษาปัญหาสุภาพ หมอกัณฒิภัสส์ อายุรแพทย์ พัทยา


